วันเสาร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วิวัฒนาการ 'นาฬิกา'

กลไกสรรค์สร้างเหนือกาลเวลา

เวียนกลับมาสร้างสีสันเอาใจนักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกันอีกครั้ง สำหรับงานแสดงนวัตกรรมแห่งกาลเวลาครั้งยิ่งใหญ่ “สยามพารากอน วอชท์ เอ็กซ์โป” (Siam Paragon Watch Expo) จัดแสดง สุดยอดนาฬิกาแบรนด์ดัง ระดับโลก จำนวนกว่า 20,000 เรือน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมที่เป็นนักสะสมหรือผู้ที่ชื่นชอบในนวัตกรรมแห่งกาลเวลาร่วมนำเสนอนาฬิกาแบรนด์ดังมากมาย อาทิ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล, คณชัย เบญจรงคกุล และ ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี นอกจากนี้ยังได้มีการนำเสนอ สุดยอดไฮไลต์นาฬิกา ประจำปีนี้ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 แบรนด์ ดัง ได้แก่ HUBLOT รุ่น Tourbillion Bat Bang Gold Ceramic เรือนเวลาหรูที่มาพร้อมกลไกทูร์บิญอง ตัวเรือนทองชาด 18k ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน ราคากว่า 5.49 ล้านบาท PARMIGIANI FLEURIER รุ่น Tecnica Chrono-Unique Piece คือ การผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศิลปะชั้นสูงและความลุ่มลึกในการสร้างสรรค์กลไกที่ซับซ้อน นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมกับกลไกการบอกเวลาชั่วโมงและนาทีด้วยเสียงระฆัง 2 โทนเสียง พร้อมกลไกทูร์บิญอง ตัวเรือนแพลทินัม ราคา 33.38 ล้านบาท ผลิตเพียงเรือนเดียว ในโลก และ CHANEL รุ่น J12 Joaillerie ไฮเทคเซรามิกสีดำและทองคำขาว ประดับเพชรน้ำหนักรวม กว่า 32 กะรัต ราคากว่า 19.16 ล้านบาท

เอ่ยถึง “นาฬิกา” ปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงแค่เป็นเครื่องบอกเวลา หรือเครื่องประดับสวมใส่ติดตัว แต่ยังบ่งบอกเรื่องราวต่าง ๆ ได้อีกมากมาย ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบการสวมใส่นาฬิกาในรูปแบบต่าง ๆ ย่อมรู้ดี และให้ความสำคัญกับเครื่องบอกเวลาสักเรือนบนข้อมือ ขณะเดียวกันนาฬิกา ก็มีคุณค่าต่อผู้สะสม มากเช่นกัน

ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย หนึ่งในผู้รักและสะสมนาฬิกา กล่าวว่า จากประสบการณ์การสะสมนาฬิกามากว่า 30 ปี ได้มีโอกาสเห็นพัฒนาการของผู้ผลิตนาฬิกา และศึกษากลไกการทำงานต่าง ๆ ของนาฬิกามาเป็นเวลานาน ตลาดนาฬิกาในอดีตและปัจจุบันนั้นมีความแตกต่างกันพอควร

ในอดีตก่อนที่จะมีนาฬิกาข้อมือนั้น ผู้คนในสมัยนั้น ใช้นาฬิกาพกติด กระเป๋าที่มีเรือนใหญ่พอควร ส่วน นาฬิกา ข้อมือเรือนแรก ๆ คือ การนำเอานาฬิกาพกของสุภาพสตรีมาติดสายสำหรับสวมที่ข้อมือ ต่อมาผู้ผลิตนาฬิกาได้มีการพัฒนากลไกของนาฬิกาให้มีขนาดเล็กลง แต่ทว่ายังคงเน้นถึงความเที่ยงตรงของการบอกเวลาเป็นหลัก นาฬิกาข้อมือในยุคแรกจึง มีรูปแบบและหน้าปัดที่ดูเรียบง่าย ตัวเรือนบางมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก

ต่อมานาฬิกามีการพัฒนาด้านเครื่องกลไก การออกแบบ ที่สำคัญการทำการตลาดจนทำให้ตลาดนาฬิกา มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ในปัจจุบันนาฬิกาทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเครื่องบอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องบอกสถานะทางสังคม รสนิยมของผู้สวมใส่ นอกจากนี้ยังนับเป็นทรัพย์สินที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนอีกด้วย

โดยตลาดนาฬิกาในเมืองไทยในอดีตนั้นยังจำกัดในหมู่นักสะสมหรือผู้ที่ชื่นชอบเพียงไม่กี่คน แบรนด์นาฬิกาที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมจากนักสะสมก็มีเพียงไม่กี่แบรนด์ แต่ในปัจจุบันด้วยการทำตลาดของผู้แทนจำหน่าย และแบรนด์นาฬิกา ทำให้ตลาดนาฬิกาในเมืองไทยมีการเติบโตอย่างมาก ปัจจุบันมีแบรนด์นาฬิกาที่มาทำตลาดในเมืองไทยกว่า 200 แบรนด์

ดร.จำนงค์ ได้ฝากถึงนักสะสมรุ่นใหม่ว่า อยากให้นักสะสมได้ทำการศึกษาถึงเบื้องหลัง ที่มาของนาฬิกาที่ ตนชื่นชอบ เพราะนาฬิกาแต่ละเรือนต่างมีเรื่องราวที่น่าสนใจของมันเอง หากการเลือกสะสมไปพร้อม ๆ กับการศึกษาหาข้อมูลแล้วจะทำให้เราเข้าใจถึงที่มาของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างสนุกและมีคุณค่าอย่างแท้จริง

ด้าน ตุลย์ มหาดำรงค์กุล เป็นอีกผู้หนึ่งที่คลุกคลีกับวงการนาฬิกาเล่าว่า ปัจจุบันนาฬิกามีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังคำนึง ถึงความเที่ยงตรงของนาฬิกา ขณะเดียวกันกลไกภายในก็ถูก พัฒนาอย่างต่อเนื่องและให้ง่ายกับการดูแลรักษา ส่วนเครื่องประดับบนเรือนนาฬิกาเป็นอีกส่วนที่เพิ่มความหรูหราให้กับผู้สวมใส่ เช่น ประดับเพชร พลอย ซึ่งอนาคตยังเป็นที่น่าจับตาถึงการดีไซน์ในอนาคต

ขณะที่ นริพร เคียงศิริ ซึ่งคลุกคลีกับวงการนาฬิกา เล่าว่า การเลือกซื้อนาฬิกาแต่ละช่วงวัยต้องคำนึงถึงการใช้งานและความชื่นชอบของผู้ใช้

วัยเด็กที่เริ่มดูนาฬิกาเป็นผู้ปกครองควรเลือกซื้อนาฬิกาที่เป็นตัวเลข เพราะเด็กหลายคนอาจยังไม่มีความชำนาญในการดูนาฬิกาที่เป็นระบบดิจิทัล ขณะที่วัยทำงานเป็นช่วงที่ผู้ซื้อมีกำลังในการซื้อเพื่อตอบสนองสไตล์ของตนเอง โดยในผู้หญิงส่วนใหญ่จะสวมใส่นาฬิกาที่เป็นเรือนขนาดใหญ่มากกว่าอดีต ส่วนวัยผู้ใหญ่จะเน้นถึงคุณค่าของนาฬิกาและ ประวัติความเป็นมาในนักสะสม ซึ่งอนาคตคาดว่ากลไกของนาฬิกาจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะที่ดีไซน์จะมีความหลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อในแต่ละวัย

สำหรับผู้ที่สนใจชมความงดงามของนาฬิกา เรือนพิเศษ คอลเลกชั่นใหม่ ล่าสุด แวะเวียนไปเที่ยวชมได้ในงาน “สยามพารากอน วอชท์ เอ็กซ์โป” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 13 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2553 บริเวณฮอลล์ ออฟมิเรอร์ ชั้น M สยามพารากอน มีแบรนด์นาฬิกาทั่วโลกกว่า 200 ราย ร่วมจัดแสดง

เครื่องบอกเวลาอาจมีค่าเหนือกาลเวลาหากผู้ใส่หมั่นดูแลรักษา และเอาใจใส่ในรายละเอียดของชีวิต.

กำเนิดนาฬิกา

นาฬิกาแดด คิดค้นขึ้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฏ แต่จากหลักฐานพบว่านาฬิกาแดดพัฒนาขึ้นในสมัยอียิปต์โบราณหรือ ราว 2,000 ปีมาแล้ว นาฬิกาแดดนั้นแสดงเวลาที่อาจคลาดเคลื่อนไป จากเวลานาฬิกาข้อมือของผู้สังเกต แต่ถ้าได้เข้าใจหลักการของนาฬิกาแดดแล้วนำค่าเวลามาแก้ไข เวลาที่ได้จะมีความถูกต้องพอสมควร ที่เป็นเช่นนี้เพราะนาฬิกาแดดนั้น แสดงเวลาธรรมชาติที่ควรจะเป็น ซึ่งต่างจากเวลาของนาฬิกาข้อมือ หรือนาฬิกาทั่วไปที่ ใช้อยู่ในปัจจุบัน การบอกวัดเวลาหรือแสดงเวลาที่ต้องการให้เป็นซึ่งแสดงจากนาฬิกาแดดนั้นเป็นเวลาที่เราเรียกว่า เวลาดวงอาทิตย์ ณ ตำบลที่นั้นอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่เวลาท้องถิ่นสมมุติ หรือเวลาที่เรา ต้องการให้เป็น

นาฬิกาน้ำ ของอียิปต์ เมื่อประมาณ 1,400 ปี ก่อนคริสตกาล อาศัยน้ำหยดออกจากรูข้างใต้ภาชนะ ต่อมาในปี ค.ศ. 1929 Warren Morrison ได้ประดิษฐ์นาฬิกาควอตซ์ขึ้นเฉพาะที่เป็นนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาประเภทนี้เที่ยงตรงมาก และในปี ค.ศ. 1980 เป็นช่วงเวลาที่เริ่มนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ มีการประดิษฐ์ นาฬิกาโดยใช้ชิปเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมในกลไกของนาฬิกา ซึ่งนอกจากจะบอกเวลาแล้วยังสามารถเก็บข้อมูลที่จำเป็น และสามารถใช้เป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย หลังจากนั้นเทคโนโลยีในด้าน การประดิษฐ์นาฬิกาได้ก้าวหน้าเรื่อยมา จนกระทั่งทุกวันนี้เรามีนาฬิกาคอมพิวเตอร์ใช้กันแล้ว

สำหรับประเทศไทย คนไทยประดิษฐ์เครื่องบอกเวลาใช้เองเมื่อร้อยปี มาแล้ว คือในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงมีวลีที่กำชับรับสั่งกับข้าราชบริพาร ผู้ใกล้ชิด มีความว่า “สยามจะอยู่รอด รักษาความเป็นไทไม่เป็นขี้ข้าฝรั่ง จะต้องทำให้คนไทยเชื่อมั่น และต่างชาติเชื่อว่าคนไทยนี้เก่ง” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้ากรมอุทกศาสตร์ท่านแรก ของสยาม ชื่อ Captain Loftus จัดทำ นาฬิกาแดด ไว้ให้เป็นเครื่องกำหนดหมายบอกเวลา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ที่ลานหน้าพระอุโบสถวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนทุกวันนี้.

1 ความคิดเห็น: