วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

25 ตัวการ์ตูนชื่อดังเป็นที่นิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การ์ตูนญี่ปุ่นก็เป็นสิ่งที่คอการ์ตูนหลายคนชื่นชอบและผูกพันกับมันมาก เพราะบางเรื่องอ่านมาตั้งแต่เด็กจนปัจจุบัน เหมือนเป็นคนคุ้นเคยกันเลยก็ว่าได้ ทำให้เรามีตัวละครโปรดแตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี คุณอยากรู้หรือไม่ว่าสำหรับประเทศที่เป็นผู้เขียนตัวการ์ตูนอย่างญี่ปุ่นแล้ว ตัวการ์ตูนตัวไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด ถ้าคุณอยากรู้ล่ะก็ ลองมาอ่านผลการจัดอันดับจากการสอบถามชาวญี่ปุ่นของเว็บไซต์ Japan Talk ที่เรารวมมาฝากกันดูเลย


1. โดราเอมอน

          แน่นอนว่าอันดับ 1 คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าหุ่นยนต์แมวไม่มีหูตัวนี้ เพราะเขาเป็นตัวแทนความฝันและจินตนาการไร้ขีดจำกัดเลยก็ว่าได้ เมื่อคุณอยู่กับโดราเอมอนแล้ว ไม่ว่าอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น จากการที่ของวิเศษในกระเป๋าจะทำให้ทุกอย่างง่ายดายทันตาเห็น และเขาก็ไม่เคยเอามันไปใช้หาประโยชน์ให้ตัวเองเลย เพียงแต่ใช้เพื่อดูแลโนบิตะเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาเท่านั้น

โดราเอมอน


2. คิตตี้

          ตัวการ์ตูนนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาใจเด็กผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยหน้าตาแบบลูกแมวน้อยน่ารักบ้องแบ๊ว พร้อมสีชมพูหวานแหวว ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเจ้าแมวตัวนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม้แต่สาว ๆ ที่โตแล้วก็ยังอดใจซื้อมาติดเอาไว้ไม่ได้ และด้วยความที่เป็นเแมวเนื้อหอมแบบนี้เอง มันจึงถือเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท Sanrio ไปเรียบร้อย

คิตตี้



3. โทโทโร่ - โทโทโร่เพื่อนรัก 

          สัตว์ร่างใหญ่ใจดี ที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือมาจากในจินตนาการ แต่เมื่อได้พบกับเจ้าตัวนี้เมื่อไหร่ได้มีเรื่องสนุกสนานน่ารักมาให้เราอมยิ้มกันทุกที โดยซะสึกิและเมได้พบเจ้าโทโทโร่เข้า เมื่อย้ายตามพ่อไปอยู่ในชนบท แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเพียงจินตนาการของเด็ก ๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนความคิดถึงแม่เท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อแม่กลับมารักษาตัวที่บ้านได้โทโทโระจึงหายไป

โทโทโร่



4. มาริโอ้

          อย่าว่าแต่คนญี่ปุ่นเลย แม้แต่คนยุโรปก็รู้จักตัวละครนี้กันดี และแทบทุกคนก็ต้องเคยเล่นเกมที่มีเขาเป็นตัวนำมาก่อนด้วย โดยภารกิจของมาริโอ้หนุ่มช่างประปาชาวอิตาลีคนนี้ก็คือการช่วยเจ้าหญิงพีช ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในเมืองเห็ดนั่นเอง ซึ่งปัจจุบันแม้จะมีเกมใหม่ ๆ ออกมา แต่ความนิยมของมาริโอ้ก็ไม่เคยลดลง แถมยังไม่มีเกมไหนให้ความรู้สึกคลาสสิกมากเท่านี้เลย

มาริโอ้



5. แอสโตร บอย - แอสโตร บอย เจ้าหนูพลังปรมาณู

          ตัวละครนี้มีจุดกำเนิดที่น่าเศร้ากว่าที่คิด โดยเขาเกิดขึ้นในยุคอนาคตที่มนุษย์อยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ เมื่อ ดร.เทนมะ สร้าง แอสโตร บอย ขึ้นเพื่อทดแทนความเศร้าที่ต้องสูญเสียลูกจากอุบัติเหตุ แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป เขาถึงได้รู้ว่าแอสโตรไม่มีวัน เป็นตัวแทนลูกชายของเขาได้ เพราะเขาไม่ใช่มนุษย์ และไม่มีวันเติบโต จึงทอดทิ้ง ขายเขาให้กับคณะละครสัตว์ ก่อนศาสตราจารย์โอชาโนมิซึจะช่วยเขาออกมา และเห็นแววในตัวเขา ทำให้แอสโตรกลายเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องความยุติธรรมในเวลาต่อมา

แอสโตร บอย

 


6. ปิคาจู - Pokemon

          แวบแรกที่เห็นใคร ๆ ก็ต้องคิดว่าเจ้าหนูสายฟ้านี่น่ารักทั้งนั้น ด้วยตัวสั้นป้อมเหลืองอ๋อยพร้อมแก้มยุ้ยน่าหยิกสีแดงแปร๊ด แม้ความประทับใจแรกจะทำให้เรารู้สึกหมั่นไส้มันนิด ๆ ที่ดื้อไม่ยอมเชื่อฟังซาโตชิก็เถอะ แต่พอสนิทกันขึ้นมาแล้ว ปิคาจูก็สู้เคียงบ่าเคียงไหล่เป็นคู่หูคู่ซี้ที่ขาดกันไม่ได้ เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง มันถึงเป็นตัวโปรดของซาโตชิรวมถึงแฟน ๆ ด้วย

ปิคาจู

 
Pokemon


7. ซาซาเอะ - Sazae-san

          คนไทยส่วนใหญ่อาจไม่คุ้นหน้าตัวละครนี้กันสักเท่าไหร่ แต่สำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว เธอดังมากเลยทีเดียว โดยซาซาเอะคือสาววัย 27 ปีธรรมดา ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีความเป็นผู้หญิงสักเท่าไหร่ ไม่ยอมแต่งชุดกิโมโนหรือนั่งแต่งหน้าทำผมให้สวยเป๊ะเพื่อเอาใจสามี แต่เลือกที่จะเป็นคู่ชีวิตที่เสมอภาคกันและให้เขารักเธอที่นิสัยใจคออย่างที่เป็นมากกว่า เรียกได้ว่าเธอเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่เลยทีเดียว แม้จะถูกเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1946 แล้วก็ตาม

ซาซาเอะ

Facebook Sazae-san


8. มารุโกะ - หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง


          สาวน้อยที่กำลังเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 คนนี้ คือตัวเอกของเรื่อง ซึ่งแม้พลอตเรื่องของ หนูน้อยจอมซ่า มารุโกะจัง จะไม่ได้หวือหวาอะไร หากแต่เป็นการเล่าชีวิตประจำวันของครอบครัว ผ่านมุมมองของสาวมารุโกะเท่านั้น แต่ด้วยความคิดที่แตกต่างและมุมมองแบบเด็ก ๆ ของเธอ ก็ทำให้เรื่องนี้มัดใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ง่าย ๆ

มารุโกะ

Chibi Maru


9. ชินจัง - ชินจังจอมแก่น

          ดู ๆ แล้วชินจังก็จอมแก่นสมกับชื่อเรื่องจริง ๆ จนบางครั้งความทะลึ่งทะเล้นของเขายังทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่าหากตัวเองต้องมาเป็นมิซาเอะแม่ของเขาจะปวดหัวสักแค่ไหนกัน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเพราะความกวนประสาทของชินจังนี่แหละ ที่ทำให้เราติดเรื่องนี้งอมแงมจนต้องมานั่งหัวเราะอยู่หน้าจอทีวีแทบทุกวัน

ชินจัง

TV ASAHI 


10. ซุนโกคู - Dragon Ball
    
          แม้จะมีพลังชนิดไร้เทียมทาน ทว่าตั้งแต่ที่เราเห็นโงกุนมาตั้งแต่เด็กจนโต เขากลับมีนิสัยซื่อไร้เดียงสา บางครั้งติดจะซื่อเกินไปด้วยซ้ำ และเพราะนิสัยแบบนี้ล่ะมั้งถึงทำให้เขามีจิตใจบริสุทธิ์มากพอจะขี่เมฆสีทองได้ รวมทั้งเป็นที่รักของคนดูด้วย แม้แต่เบชิต้าที่ตั้งแง่เป็นศัตรูกับเขา ยังกลายมาเป็นเพื่อนอย่างไม่รู้ตัวเลย

ซุนโกคู

Dragon Ball Z


11. อุลตร้าแมน

          แน่ล่ะว่าทุกคนต้องรู้จักอุลตร้าแมนกันอยู่แล้ว แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมสู้อยู่ดี ๆ ไฟตรงกลางอกเขาถึงกะพริบส่งเสียงดัง แล้วอุลตร้าแมนก็ต้องหมดแรงไป เหตุมันเกิดเพราะว่าฮายาตะหรือเจ้าของร่างอุลตร้าแมนนั้น ถูกยานของอุลตร้าแมนซึ่งเป็นสมาชิกหน่วยพิทักษ์อวกาศชนเสียชีวิต ขณะกำลังไล่ล่าสัตว์ประหลาดอยู่ ด้วยความรู้สึกผิด อุลตร้าแมนจึงแบ่งชีวิตของตนให้กับฮายาตะและสาบานว่าจะช่วยปกป้องโลกใบนี้ แต่มีเงื่อนไขว่าเขาสามารถใช้พลังของอุลตร้าแมนได้เพียง 3 นาทีต่อครั้งเท่านั้น หากเกินกว่านั้นจะหมดกำลังทันทียังไงล่ะ

อุลตร้าแมน

Light Sculpture Studio


12. คาเมนไรเดอร์

          เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อองค์กรช็อคเกอร์ที่ชั่วร้ายต้องการจะยึดครองโลก จึงได้จับมนุษย์ไปดัดแปลงร่างกาย ก่อนจะให้ล้างสมองเพื่อลืมความทรงจำต่าง ๆ แต่โชคดีที่ ฮอนโก ทาเคชิ หนีออกมาได้ก่อนจะถูกล้างสมอง เขาจึงตัดสินใจใช้ร่างกายที่ถูกดัดแปลงมาแล้ว ต่อสู้เพื่อปกป้องสันติสุขของมวลมนุษย์ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของซีรีส์เรื่องยาว คาเมนไรเดอร์ ที่มีการสร้างต่อเนื่องออกมาอีกเรื่อย ๆ 

คาเมนไรเดอร์



13. เปโกะจัง

          แม้ว่าสาวน้อยคนนี้จะไม่ได้มีการ์ตูนของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว แต่คุณก็คงอดคิดไม่ได้ใช่ไหมล่ะว่าทำไมตัวเองถึงคุ้นตากับใบหน้าซน ๆ ที่กำลังทำทะเล้นแลบลิ้นพร้อมกับผูกแกะสองข้างขนาดนี้ คำตอบก็คือเพราะเธอเป็นมาสคอตของแบรนด์อาหารและขนม Fujiya ยังไงล่ะ ทำให้ตามร้านมีหุ่นของเธอตั้งอยู่ด้วย และบนซองขนมก็มักมีใบหน้าน่ารักของเธอปรากฏอยู่ เราจึงรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตากับเธอดี

เปโกะจัง

Fujiya-Peco


14. ลูแปงที่ 3 - จอมโจรลูแปง

          ในโลกนี้มีเพียง 2 อย่างที่สามารถดึงดูดใจจอมโจรคนนี้ได้ นั่นก็คือทรัพย์สมบัติมหาศาล และหัวใจของฟูจิโกะนางเอกของเรื่องนั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้บางครั้งเขาดูจะซื่อบื้อเหมือนโจรกระจอกไปสักหน่อย แต่การที่เขายังลอยนวลไม่โดนจับสักที ก็แสดงให้เห็นได้แล้วว่า มันเป็นเพียงแค่ลูกไม้แกล้งโง่ให้คนประมาทเท่านั้นเอง

ลูแปงที่ 3

Facebook Lupin III


15. อาราเล่ - ดร.สลัมป์กับหนูน้อยอาราเล่

          โนริมากิ อาราเล่ หรือที่คนรู้จักกันดีในนามหนูน้อยอาราเล่ เธอคือหุ่นยนต์ที่ ดร.เซมเบ้ สร้างขึ้น ที่แม้จะเห็นเธอร่าเริงวิ่งเล่นกับกัตจังเพื่อนคู่หูได้ทั้งวัน แต่ที่จริงแล้วเธอมีพละกำลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ โดยเธอสามารถยกของหนัก ๆ ได้อย่างสบาย ส่วนคำพูดติดปากที่ทุกคนรู้จักกันดีก็คือ "โอ๊ะ โยะ โหย" ที่ได้ยินเป็นประจำนั่นแหละ

อาราเล่

Facebook Dr. Slump Arale Chan


16. รีแลคคุมะ - Rilakkuma
    
          เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปไหนเป็นต้องเห็นเจ้าตุ๊กตาหมีหน้าตาบ้องแบ๊วสีน้ำตาลพร้อมหน้าท้องสีขาวเต็มไปหมด โดยมันกลายมาเป็นของสะสมยอดนิยมของสาว ๆ แม้หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับอะไรก็ตาม ซึ่งที่จริงแล้วรีแลคคุมะคือตุ๊กตาหมีน้อยที่อาศัยอยู่กับคาโอรุ สาวออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง โดยมันมีนิสัยชอบนอนเป็นชีวิตจิตใจ และมีของโปรดเป็นพวกดังโงะ, แพนเค้ก, ข้าวไข่เจียว และพุดดิ้งคัสตาร์ด 

รีแลคคุมะ



17. อามุโระ เรอิ - กันดั้ม

          คนดูจะรักความเป็นเด็กเรียบง่ายทั่วไปจากพื้นเพของหนุ่มคนนี้ ซึ่งถ้าหากเขาเกิดในยุคนี้ล่ะก็ ป่านนี้เรอิคงเป็นแค่หนุ่มโอตาคุธรรมดา ๆ ไปแล้ว โดยเขาเป็นเด็กที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่ชอบเอาเวลาไปนั่งสร้างหุ่นยนต์เสียมากกว่า จนกระทั่งจับพลัดจับผลูจากเด็กหนุ่มชาวบ้านได้มาขับกันดั้ม ทั้ง ๆ ที่มีอายุเพียงแค่ 15 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ดี แม้ตอนแรกที่โผล่มาเขาจะไม่ได้หน้าตาดีเลิศเลอนัก แต่พอเวลาผ่านไป เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็นหนุ่มหล่อเหลาเอาการเลยล่ะ

อามุโระ เรอิ กันดั้ม

Gundam


18. รถบัสแมว - โทโทโร่เพื่อนรัก 

          เจ้าสิ่งมีชีวิตหน้าตาสุดหลอนนี้ก็คือรถบัสแมวหรือ Neko Basu นั่นเอง ซึ่งถึงแม้มันจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเป็นรถแบบนี้แต่มันก็มีชีวิตนะ โดยมันเป็นแมวตัวผู้ที่มีหน้าที่รับส่งภูตผีวิญญาณและมันมีความรวดเร็วว่องไวมาก แถมดวงตายังส่องแสงในความมืดได้ไม่แพ้รถยนต์เลยทีเดียว และจากความนิยมของมัน ทำให้แมวตัวนี้มีผลิตภัณฑ์จำพวกตุ๊กตาหรือของเล่นเด็กวางขายเป็นจำนวนมาก

รถบัสแมว โทโทโร่เพื่อนรัก

Totoro


19. โนบิตะ - โดราเอมอน

          ใครล่ะจะจำเด็กน้อยขี้แยคนนี้ไม่ได้ เอะอะมีเรื่องถูกรังแกทีไร โนบิตะก็ต้องวิ่งไปฟ้องโดราเอมอนจนเป็นภาพชินตาไปแล้ว ทำให้ใคร ๆ ก็คิดว่าเด็กคนนี้อ่อนแอเสียเหลือเกิน แต่เอาเข้าจริงถึงเวลาที่ต้องจริงจังขึ้นมา บางครั้งโนบิตะก็พึ่งพาได้เหมือนกันนะ เพียงแต่เขาต้องรอตอนหลังชนฝาไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เท่านั้นเอง

โนบิตะ โดราเอมอน

Dora World


20. คิทาโร่ - อสูรน้อยคิทาโร่


          คิทาโร่ สมาชิกเผ่าพันธุ์ปีศาจ ในการ์ตูนตลกสยองขวัญจากปลายปากกของ ชิเงรุ มิซุกิ เกี่ยวกับกลุ่มปีศาจที่ช่วยขับไล่ภูตผีที่คอยรังควานมนุษย์ด้วยจิตอาฆาตแค้น ซึ่งแม้ตัวการ์ตูนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็น คิทาโร่ คุณพ่อตาเดียวของเขา และผองเพื่อนทั้งหลายจะมีหน้าตาน่ารักไม่หยอก แต่บรรยากาศในเรื่อก็ชวนสยองขนหัวลุกอยู่บ้างเหมือนกันนะ 

คิทาโร่ อสูรน้อยคิทาโร่

Facebook Gegege no Kitaro


21. โปเนียว - โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย

          ความใสซื่อไร้เดียงสาของโปเนียว คือเสน่ห์ที่ทำให้คนติดใจการ์ตูนเรื่องนี้กันเต็มไปหมด โดยสาวน้อยโปเนียวนั้นเป็นลูกสาวของเจ้าสมุทร ที่ดันไปสนิทสนมกับโซสุเกะ เด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่งเข้า พ่อของเธอแม้จะเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่กลับกีดกันความสัมพันธ์นี้ เธอจึงตัดสินใจหนีออกไป ทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆ ตามมา

โปเนียว

Facebook Ponyo


22. เคนชิโร่ - เคนชิโร่ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ

          บุรอนซอนเจ้าของผลงานเรื่องนี้เผยว่าตัวละครนี้เป็นตัวที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก แมกซ์ ร็อคคาทานสกี จากซีรีส์ Mad Max ผสมกับเจ้าพ่อศิลปะการต่อสู้ บรูซ ลี ออกมาเป็นตัวละครที่เข้มแข็งห้า วหาญ แต่มีจิตใจอ่อนโยนเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า อย่างที่เห็น โดยมีแผลเป็น 7 แห่งบนหน้าอก เกิดจากการโดนเพื่อนสนิทหักหลังเป็นเอกลักษณ์

เคนชิโร่

Hokuto No Ken


23. คุณพ่อบาคาบอน - Tensai Bakabon

          เรื่อง Tensai Bakabon ของนักเขียน ฟูจิโอะ อาคัตซึกะ มีคุณพ่อคนนี้แหละเป็นตัวฮาของเรื่อง เพราะเขาเป็นตัวป่วนก่อปัญหาไปซะทุกครั้ง ด้วยการใช้ประโยคติดปากว่า "ไม่เป็นไรหรอกน่า" ทำให้คนอื่นคล้อยตามทุกที แม้ว่าแทบทุกครั้งแผนของเขาจะพังไม่เป็นท่าก็เถอะ แต่ก็เพราะความป่วนนี่แหละ จึงทำให้เขาเป็นตัวขโมยซีนไปซะทุกฉาก จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเรื่องไปแล้ว

คุณพ่อบาคาบอน

Facebook Tensai Bakabon


24. ยาบุกิ โจ - โจ สิงห์สังเวียน

          ตัวละครจากเรื่อง โจ สิงห์สังเวียน การ์ตูนสุดฮิตในช่วงปี 1968 - 1973 คนนี้ กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลาย ๆ คน จากความกล้าหาญและมุ่งมั่นของเขา ที่พยายามฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จากนักเลงได้กลายมาเป็นนักมวยในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เพียงฉากแอ็คชั่นดุเดือดเท่านั้น แต่มรสุมชีวิตที่เข้ามาแต่ละครั้ง ยังเป็นดราม่าเข้มข้นที่ทำให้เรารู้สึกสะเทือนอารมณ์ไปด้วยเช่นกัน

ยาบุกิ โจ โจ สิงห์สังเวียน

Facebook Ashita No Joe


25. เรียวสึ คันคิจิ - คุณตํารวจป้อมยาม

          เรียวสึหรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในนามเรียวซัง ตำรวจวัย 36 ปีประจำป้อมยาม หน้าสวนสาธารณะคาเมอาริ ผู้แสนจะขี้เกียจ แต่ก็เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ เป็นตัวสร้างสีสันให้กับเนื้อเรื่อง จนปัจจุบันการ์ตูนคุณตํารวจป้อมยาม ของ โอซามุ อาคิโมโตะ เรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่มีความยาวมากที่สุดในโลก โดยเขียนต่อเนื่องยาวนานมากว่า 30 ปี และมีจำนวนรวมเล่นสูงกว่า 160 เล่ม

เรียวสึ คันคิจิ คุณตํารวจป้อมยาม

Kochikame


          ตัวละครที่ติดอันดับทั้ง 25 ตัวนี้ อาจมีที่บ้านเรารู้จักและไม่รู้จักบ้างปะปนกันไป แต่แน่นอนว่าทุกตัวล้วนเป็นตัวละครที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดีแน่ ๆ มันจึงต้องมีเสน่ห์น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยล่ะ ดังนั้นหากมีตัวไหนที่คอการ์ตูนอย่างคุณยังไม่รู้จัก อย่าลืมลองหามาอ่านกันดูให้ได้ชื่อว่าเป็นคอการ์ตูนตัวจริงนะคะ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เกาหลีใต้เปิดตัวอินเทอร์เน็ตไร้สายเร็วที่สุดในโลก

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           เกาหลีใต้เปิดตัวอินเทอร์เน็ตไร้สายเร็วที่สุดในโลก เร็วกว่า 3G ถึง 10 เท่า และเร็วกว่า 4G ถึง 2 เท่า ใช้ได้ภายในกรุงโซล ก่อนเตรียมขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

            เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 เว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ รายงานว่า บริษัทเอสเค เทเลคอม ของเกาหลีใต้ ได้เปิดตัวเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายที่เร็วที่สุดในโลก ที่มีชื่อว่า "แอลทีอี แอดวานซ์"ซึ่งมีความเร็วมากกว่าระบบ 3G ถึง 10 เท่า และเร็วกว่าระบบ 4G ถึง 2 เท่า

           รายงานระบุว่า ผู้ที่ใช้งานแอลทีอี แอดวานซ์ จะสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วกว่าโครงข่ายแอลทีอีแบบเดิมถึง 2 เท่า อีกทั้งยังมีความเร็วมากกว่าระบบ 3G ถึง 10 เท่า ทำให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลกว่า 150 เมกะบิตต่อวินาที และยังดาวน์โหลดภาพยนตร์ขนาด 800 เมกะไบต์ได้ในเวลาแค่เพียง 43 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้แม้ว่าการดาวน์โหลดข้อมูลต่าง ๆ ของ แอลทีอี แอดวานซ์ จะมีความเร็วมากที่สุดในโลก แต่ในขณะเดียวกันการอัพโหลดข้อมูลก็ยังคงมีความเร็วเทียบเท่ากับแอลทีอีแบบเก่า ซึ่งมีความเร็วอยู่ที่ 37.5 เมกะบิตต่อวินาที

            สำหรับเทคโนโลยีนี้ใช้ได้ภายในกรุงโซล รวมถึงเมืองที่อยู่โดยรอบเท่านั้น ก่อนที่จะมีการขยายพื้นที่ให้บริการต่อไปในอนาคต โดยในขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานเทคโนโลยีแอลทีอีในเกาหลีใต้มากถึงร้อยละ 60 จากจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมด 33 ล้านเครื่อง ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้คาดว่า เทคโนโลยีนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต พอ ๆ กับการขยายตัวของระบบ 4G และภายในสิ้นปีนี้ประชาชนจาก 87 ประเทศทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีแอลทีอีได้เช่นกัน

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Camera : เชิญพบกล้อง 870 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ 116 ตัว มาพร้อมน้ำหนัก 3 ตัน!!

หากออพติมัสไพร์มจะเล่นกล้องบ้าง คงต้องหันมาลองกล้องตัวนี้ที่มีชื่อว่า Hyper Suprime-Cam ซึ่งมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ความละเอียด 870 ล้านพิกเซล ที่มีขนาดความใหญ่ของเซ็นเซอร์ 3 เมตร แถมด้วยน้ำหนักตัวกว่า 3 ตัน มีการนำเอาเซ็นเซอร์ CCD มาใช้กับกล้องตัวนี้ถึง 116 ตัว ซึ่งติดตั้งบนระนาบโฟกัสของกล้องที่มีอุณหภูมิ -100 เซลเซียส
กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพทางดาราศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น โดยสามารถเก็บภาพสสารต่างๆที่มืดมิดในอวกาศเพื่อการศึกษาทางดาราศาสตร์ครับ
บทความโดย : น้าป๋วย TechXcite
ที่มา : Petapixel

10 ข้อดีของการอ่าน ยิ่งรู้ยิ่งต้องอ่านเลย

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

            จริง ๆ แล้วหนังสือก็เปรียบเสมือนปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตเรา เพราะถือเป็นอาหารสมองที่จะช่วยบำรุงความรู้ และประเทืองปัญญาให้เราได้เป็นอย่างดี แต่พอได้เห็นสถิติการอ่านหนังสือของคนไทยแล้วก็ต้องถอนหายใจดังเฮ้อ ก็ตัวเลขสถิติที่ออกมามันช่างน้อยแสนน้อยเสียจนน่าใจหาย วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำเสนอ 10 ข้อดีของการอ่านมาให้ได้รู้กัน เผื่อจะช่วยกระตุ้นให้คนไทยอยากอ่านหนังสือกันมากขึ้นค่ะ

               1.กระตุ้นการทำงานของสมอง

            สมองก็เป็นอวัยวะอย่างหนึ่งในร่างกาย ที่ต้องการการออกกำลัง เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานให้ลื่นไหลไม่ติดขัดอยู่เสมอ และจากการวิจัยทางการแพทย์ก็พบว่า การอ่านหนังสืออยู่เสมอจะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระตุ้นกระบวนการคิด ทำให้ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์ และโรคความจำเสื่อม เพราะการใช้สมองคิดตามสิ่งที่อ่าน จะทำให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอดนั่นเอง

               2.ลดความเครียด

            ไม่เพียงแต่กระตุ้นการทำงานของสมอง แต่การอ่านหนังสือยังมีข้อดีที่น่าสนใจอย่างช่วยลดความเครียดได้ด้วย โดยนักจิตวิทยาได้แนะนำว่า การอ่านหนังสือนิยาย หรือหนังสือที่เราชอบในช่วงเวลาที่มีความเครียดจากงาน หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวัน จะทำให้ความเครียดที่มีอยู่หายไปได้ เพราะเมื่อเรามีสมาธิในการอ่านหนังสือที่อยู่ในมือ เราก็จะลืมเลือนเรื่องที่กำลังกังวล หรือเรื่องที่กำลังเครียดอยู่โดยอัตโนมัติ เผลอ ๆ ข้อคิด หรือมุมมองดี ๆ ที่ได้จากหนังสือ ก็อาจจะช่วยให้เรื่องที่กำลังเครียดอยู่กลายเป็นเรื่องสิว ๆ ไปเลยก็ได้

               3.ให้ความรู้

            แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อเราอ่านหนังสือ เราก็จะได้ความรู้ หรือข้อคิดอะไรบางอย่างกลับมา และไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้เสมอไป หนังสือนิยายรักหวานแหว หรือหนังสือการ์ตูน ก็สามารถให้อะไรกับเราได้ไม่มากก็น้อยเช่นกัน อย่างน้อยที่สุดก็ต้องให้ความบันเทิงกับเราล่ะ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทไหน ก็หยิบมาอ่านเถอะค่ะ รับรองว่ายังไงก็ได้ประโยชน์แน่นอน

               4.ได้สำนวนภาษา

            หากลองสังเกตดี ๆ จะรู้ว่า การอ่านหนังสือนั้นช่วยให้เราได้เรียนรู้สำนวนภาษา คำศัพท์ วิธีการพูดอย่างสละสลวย นุ่มนวล ยิ่งถ้าได้อ่านหนังสือภาษาต่างประเทศ หรือหนังสือแปล เราก็จะมีโอกาสได้เรียนรู้คำศัพท์ และสำนวนใหม่ ๆ ไม่รู้จักจบสิ้น ไม่เชื่อลองสังเกตสำนวนการพูดหรือสำนวนการเขียนของคนที่ชอบอ่านหนังสือดูก็ได้ แล้วจะได้เห็นความแตกต่าง ว่าเขาสามารถพูดจา และเขียนหนังสือได้อย่างไม่สะดุด อ่านก็ลื่นตา ฟังก็ลื่นหู เห็นได้ชัดว่ายิ่งอ่าน ก็ยิ่งได้ประโยชน์ดี ๆ ต่อตัวคุณเองอย่างไม่น่าเชื่อเลยเนอะ

               5.ช่วยกระตุ้นความจำ

            เมื่อเราอ่านหรือรับอะไรก็ตามเข้าไปในสมอง สมองจะสั่งการเก็บข้อมูลเหล่านั้นไว้ในส่วนหนึ่งของสมอง ที่มีไว้สำหรับการจดจำข้อมูล และเรียกใช้ได้อย่างทันทีเมื่อจำเป็น ดังนั้นเมื่อเราอ่านหนังสือมาก สมองก็จะได้ทำงาน เก็บข้อมูลและเรียบเรียงข้อมูลใหม่ เพื่อให้เราสามารถจำอะไรได้ดีขึ้น เราจึงสามารถเรียนรู้และจดจำได้อย่างดี ไม่มีลืม

               6.บริหารกระบวนการคิดวิเคราะห์

            ทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือที่มีเงื่อนงำ หรือมีปมที่ต้องคิดตาม สมองของเราก็จะพยายามขบคิดปมปัญหานั้น ๆ และหาทางออกด้วยตัวเอง เช่นกันกับเวลาที่ได้ดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน เราก็จะพยายาคลำหาคำตอบอยู่ในใจไปพร้อม ๆ กับเนื้อเรื่อง ซึ่งก็จะทำให้กระบวนการคิดวิเคราะห์ของเราได้ทำงาน บริหารตัวเองอยู่ตลอด เรียกได้ว่ายิ่งได้อ่านก็เหมือนยิ่งได้ลับสมองให้เฉียบแหลมยังไงยังงั้นเลยล่ะ

               7.ฝึกสมาธิ

            หากอยากได้สมาธิ หรือต้องการหลีกหนีความวุ่นวายรอบกาย ก็ลองหยิบหนังสือที่น่าสนใจมาอ่านดูสิ แล้วคุณก็จะได้ฝึกสมาธิได้อย่างที่ตั้งใจ เพราะเวลาที่เราเพ่งความสนใจไปยังหนังสือ ก็จะได้เพ่งสมาธิและสมองไปด้วย ทำให้เรามีสมาธิทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้น ถึงขนาดที่ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า ให้อ่านหนังสือก่อนทำงาน หรือเรียนสัก 15-20 นาที เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมสมองและร่างกายให้พร้อมทำงาน และเรียนหนังสือเลยทีเดียว

               8.พัฒนาทักษะการเขียน

            เชื่อได้ว่าคนที่อ่านหนังสือทุกคน แม้จะอ่านบ่อยหรือไม่ค่อยบ่อยก็ตาม จะต้องมีนักเขียนในดวงใจ ที่เราอ่านแล้วชอบวิธีการเขียน และสำนวนของเขาเหลือเกิน ซึ่งสิ่งนี้และที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะทางด้านการเขียนให้เรา และยิ่งถ้าได้อ่านบ่อย ๆ ก็จะได้ทั้งคำศัพท์และสำนวนภาษาที่เขาใช้เขียนหนังสือกัน ไม่แน่ว่าสักวันคุณก็อาจจะได้เป็นนักเขียนฝีมือดีคนหนึ่งเลยก็ได้นะ

               9.ให้ความสงบ

            ผลวิจัยทางการแพทย์ได้พิสูจน์แล้วว่า นอกจากการอ่านหนังสือจะช่วยให้เรามีสามาธิขึ้นแล้ว การอ่านหนังสือยังช่วยให้ร่างกายเราเกิดความรู้สึกสงบขึ้นด้วย โดยหากอ่านหนังสือแนวปรัชญาหรือหนังสือที่ให้แนวคิด จะช่วยลดความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติได้ หรือถ้าอ่านหนังสือประเภทฮาวทู (self-help books) ก็จะช่วยปรับอารมณ์ที่แปรปรวนให้กลับมาเป็นปกติ และบางทีก็สามารถช่วยชี้ทางสว่างให้ปัญหาที่มืดแปดด้านได้ด้วย

               10.ให้ความบันเทิง

            ไม่ว่าจะอ่านหนังสือประเภทไหนก็แล้วแต่ จะมีสาระความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ไม่สำคัญ เพราะหนังสือสามารถให้อะไรกับคนอ่านได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด ไอเดียดี ๆ ทักษะภาษา หรือแม้แต่หนังสือภาพการ์ตูนที่ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไรเลย ก็ยังสามารถให้ความบันเทิงเริงใจแก่ผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้น หากวัน ๆ หนึ่งคุณไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไร ก็ลองหาหนังสือที่คิดว่าน่าสนใจ หรือเริ่มอ่านข้อความบนถุงกระดาษ หรือบนฉลากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันก่อนก็ได้ค่ะ

            อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าทุกคนพอจะรู้ประโยชน์และข้อดีของการอ่านหนังสือกันอยู่แล้ว แต่ที่ติดกันอยู่นี่ก็คงเป็นความขี้เกียจ หรือบางคนก็มีกิจกรรมอื่นที่น่าสนใจกว่าให้ทำ แต่นับจากนี้ต่อไป อยากให้ลองอ่านหนังสือกันให้มากขึ้น แล้วคุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวเองอย่างคาดไม่ถึง อะไรที่ไม่เคยได้รู้ก็ได้รู้ สถานที่ไม่เคยได้ไปก็จะได้เห็น มาเปิดโลกกว้างไปกับหนังสือดีกว่านะคะ